เสี่ยงเซียมซี “พระติ้ว-พระเทียม” วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) จ.นครพนม

เสี่ยงเซียมซี

โปรดทำจิตใจให้สงบแล้วตั้งจิตอธิษฐาน
ให้นึกถึงสิ่งศักดิ์ใดๆ ที่ท่านนับถือ
จากนั้นกดกระบอกติ้วเพื่อเสี่ยงทายเซียมซี

วัดโอกาส จ.นครพนม วัดโอกาสเดิมชื่อวัดศรีบัวบาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ใกล้ๆกับตลาดอินโดจีน เยื้องกับท่าเทียบเรือจุดผ่านแดนไทย-ลาว(นครพนม-คำม่วน) เขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดที่เก่าแก่สุดวัดหนึ่ง สร้างเมื่อ พ.ศ.1994 ในสมัยที่อาณาจักรศรีโคตรบูรยัง เจริญรุ่งเรืองอยู่และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2281

หากไปวัดนี้ต้องเข้าไปกราบพระติ้ว-พระเทียมเพื่อขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

พระติ้ว เป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328

ส่วน พระเทียม มีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา

มีตำนานกล่าว่าเมื่อพระเจ้าศรีโคตรบูรหลวงเป็นเจ้าผู้ครองนคร มีการพบพญาไม้ที่เป็นไม้หมอนจากการชักลากเรือแต่กลิ้งออกมาไม่ยอมให้เรือทับหลายครั้ง พระองค์ทรงโปรดให้แกะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 30 ซม. สูง 60 ซม. แล้วลงรักปิดทองในปีพ.ศ.1328 และโปรดให้มีพิธีสมโภชเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของนครศรีโคตรบูรณ์ประดิษฐานอยู่ที่วัดธาตุ บ้านสำราญ อ.เมือง จ.นครพนม

ต่อมาในสมัยพระเจ้าขัตติวงศาฯ เป็นเจ้าผู้ครองนครได้เกิดเพลิงไหม้หอพระและวิหารวัดธาตุไม่สามารถนำพระติ้วออกมาได้ พระเจ้าขัตติวงศาฯจึงมีรับสั่งให้หาไม้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาแกะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเท่าองค์เดิมลงรักปิดทองแล้วสมโภชเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแทนพระติ้วที่เข้าใจว่าถูกไฟไหม้

แต่หลังจากนั้น 2-3 ปี ชาวบ้านสำราญจำนวนหนึ่งไปหาปลากลางแม่น้ำโขง พบลมบ้าหมู (ลมหมุน) เกิดขึ้นกลางแม่น้ำโขง จึงนำเรือไปหลบเฝ้าดูเหตุการณ์แล้วเห็นวัตถุหนึ่งลอยหมุนวนในน้ำ พอลมสงบจึงออกเรือไปดูพบว่าวัตถุนั้นคือพระติ้วองค์ก่อนนั่นเอง พวกชาวบ้านต่างยินดีจึงอัญเชิญพระติ้วไปทูลเกล้าถวายพระเจ้าขัตติยวงศาฯ พระองค์ทรงปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่งมีพระราชศรัทธาประทานทองคำหนัก 30 บาท ให้ช่างบุทองทั่วทั้งองค์พระและประทานนามพระองค์เดิมว่า “พระติ้ว” ส่วนพระที่สร้างใหม่นั้นประทานนามว่า “พระเทียม”

พระติ้วและพระเทียมจึงเป็นพระคู่เมืองของศรีโคตรบูรตลอดมา

เมื่อพระบรมราชพรหมาได้เป็นเจ้าผู้ครองเมืองได้ปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์วัดศรีบัวบาน และได้อัญเชิญพระติ้ว-พระเทียม มาไว้ยังวัดนี้แล้วเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดโอกาสดังเช่นปัจจุบัน