“อ.สุจินต์” ถาม “พระที่ไม่ยอมสละความเป็นคฤหัสถ์” ว่า “กิจหน้าที่ของพระภิกษุที่บวชมาคืออะไร?”

ข่าวล่าสุดวันนี้

(12 พ.ย.63) อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.) ได้นำเสนอประเด็นเรื่อง “พระภิกษุยุ่งการเมือง บวชทำไม” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. มีเนื้อหาดังนี้ พระไม่รู้จักตัวเองว่าเป็นพระ พระภิกษุขอสิทธิทางการเมืองขอเสรีภาพแต่ขัดหลักพระธรรมวินัยบวชทำไม อ้างมายาคติ พระทำไม่ได้ที่จะสละ ที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แล้วบวชทำไม และกิจหน้าที่ของพระภิกษุที่บวชมาคืออะไร?

พระภิกษุไม่รู้จักว่าตนเองเป็นพระภิกษุ เป็นเชื้อสายศากยะบุตร บุตรของพระพุทธเจ้า บวชมาเพื่อสละความเป็นคฤหัสถ์ ไม่ประพฤติแบบคฤหัสถ์ ละกิเลส ขัดเกลากิเลสอย่างยิ่งด้วยจุดประสงค์ คือ การดับกิเลส เพราะฉะนั้น การกระทำใดที่ทำดั่งเช่นคฤหัสถ์ที่เคยทำได้ แต่ภิกษุทำไม่ได้ เช่น รับและยินดีในเงินและทอง มีส่วนร่วมกับการเมือง การเลือกตั้ง การชุมนุม เดินประท้วง เหล่านี้ควรถามตัวเองว่าเป็นไปเพื่อมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา หรือเป็นไปเพื่อเพิ่มกิเลส แล้วต่างจากคฤหัสถ์อย่างไร บวชทำไม ?

เสรีภาพ ความเป็นอิสระ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความดี คฤหัสถ์มีเสรีภาพ อิสระ ที่จะกระทำ แต่ อิสระเสรีภาพนั้น เป็นไปในขอบเขตที่ถูกต้องในคุณธรรมความดี และ ขอบเขตของคฤหัสถ์ ที่จะไม่ไปละเมิดล่วงสิทธิเสรีภาพคนอื่น จนถึง กระทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ทั้งทางกาย วาจา เป็นต้น พระภิกษุ มีสิทธิเสรีภาพ ตามระเบียบและขอบเขตของพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว บวชเพื่อสละ ละทุกสิ่ง เว้นการกระทำดั่งเช่นคฤหัสถ์ มีการรับเงินทอง หรือ สนใจการเมือง มีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง หรือไปชุมนุมเกี่ยวกับการเมือง

บรรทัดฐานจากการอ้างว่าภิกษุต่างประเทศก็ร่วมการเมือง พระพุทธเจ้าไม่ได้บังคับให้ใครบวชทุกรูป แต่เมื่อบวชแล้ว ภิกษุทุกรูปมีกฎระเบียบและเสรีภาพตามพระธรรมวินัย สมกับเป็นเชื้อสายศากยบุตร บุตรของพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าก็ต้องประพฤติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

พระธรรมวินัย พระวินัยบัญญัติ ต่างหากที่เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ภิกษุทุกรูปจะต้องประพฤติตาม ไม่ใช่มีภิกษุต่างประเทศ ประเทศอื่นๆ ที่ประพฤติไม่ตามพระวินัยแล้วเอาตัวอย่างที่ผิดอ้างในสิ่งที่ผิด เพื่อจะทำผิดเป็นบรรทัดฐานของตน แต่ไม่ตามพระธรรมวินัย

บวชแล้วควรสำนึกว่าตนเองเป็นพระภิกษุที่สละทุกสิ่ง สละอาคารบ้านเรือน สละกิจการงานของคฤหัสถ์ ที่จะประพฤติขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง ศึกษาพระธรรม ไม่กระทำตนดั่งเช่น คฤหัสถ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงกิจของพระภิกษุ มี 2 อย่าง คือ วิปัสสนาธุระ การอบรมเจริญปัญญาดับกิเลส และ คันถธุระ การศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

คฤหัสถ์ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ไม่เคารพพระธรรม พระภิกษุไม่ศึกษาพระธรรม ไม่เคารพพระธรรม เพราะฉะนั้น คฤหัสถ์ก็ไม่รู้จักพระภิกษุว่าคือใคร ต้องมีหน้าที่อะไร พระภิกษุก็ไม่รู้จักตนเองว่า บวชมาเพื่ออะไร ใครเป็นศาสดาของตน และ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงดีแล้วต่างหากที่เป็นศาสดา เป็นบรรทัดฐานที่ต้องประพฤติตาม

วิกฤตพระพุทธศาสนา จึงมีมาเรื่อยๆ นับวันมีแต่มากขึ้น เพราะใครอยากทำอะไรก็ทำ โดยไม่สนใจพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ไม่รู้ก็ไม่คิดว่าเป็นวิกฤตพระพุทธศาสนา เพราะยังไม่รู้จักว่าพระพุทธศาสนาที่แท้จริงคืออะไร

เครดิต https://www.thaipost.net/main/detail/83663

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *