แผนขั้นสุดท้ายสยบ “หุ้นร้อน”

เรื่องที่น่าสนใจ

สุนันท์ ศรีจันทรา

ตลาดหลักทรัพย์สรุปผลการเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือเฮียริ่ง การปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายหุ้น เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีนักลงทุนบางคนไม่เห็นด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูและหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ

การปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อหุ้น เป็นผลจากมาตรการที่มีอยู่ไม่อาจดับความร้อนแรงของหุ้นที่ราคาพุ่งทะยานอย่างผิดปกติได้ แม้จะยกเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการระดับสูงสุดก็ตาม

ปีนี้มีหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างหวือหวาผิดปกติหลายสิบบริษัท โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ จนค่าพี/อี เรโช ขยับขึ้นหลายร้อยเท่า และหุ้นบางตัวไม่มีค่าพี/อี เรโช ที่จะใช้คำนวณความเหมาะสมของราคา เพราะผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง แต่ราคากลับปรับตัวขึ้นตลอด

ตลาดหลักทรัพย์พยายามใช้มาตรการกำกับการซื้อขายเพื่อแก้ปัญหาการซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติ แต่ไม่ได้ผล แม้จะยกระดับของมาตรการ จากระดับที่ 1 กำหนดให้ซื้อหุ้นด้วยเงินสด และขยับเป็นระดับที่ 2 โดยห้ามนำหุ้นมาคำนวณเป็นวงเงินซื้อขาย

สุดท้ายยกระดับขั้นสูงสุด ห้ามหักกลบค่าซื้อขายหุ้นภายในวันเดียวหรือห้ามเน็ตเซตเทิลเมนต์ แต่หุ้นหลายตัวกลับวิ่งไม่หยุด กลายเป็นหุ้นดื้อยา ทำให้ตลาดทรัพย์พิจารณาทบทวนปรับปรุงมาตรการ

มาตรการกำกับการซื้อขายที่ปรับปรุงใหม่มีอยู่ 3 ระดับเหมือนเดิม โดยระดับที่ 1 กำหนดให้ซื้อหุ้นด้วยเงินสด หรือบัญชีแคชบาลานซ์และห้ามนำหุ้นคำนวณเป็นวงเงินซื้อขาย ระดับที่ 2 ห้ามเน็ตเซตเทิลเมนต์ และระดับ 3 จะพักการซื้อขายหุ้น 1 วันทำการ

การพักการซื้อขายหุ้น 1 วัน เพื่อลดความร้อนแรงของการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้นักลงทุนมีเวลาพิจารณาทบทวนการตัดสินใจ และยังเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับมาตรการของตลาดหุ้นอื่นๆ

ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรมีมาตรการกำกับอย่างเข้มงวดและรวดเร็วสำหรับหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูง หรือสภาพการซื้อขายร้อนแรง โดยไม่มีพื้นฐานรองรับ

แต่นักลงทุนบางรายที่ไม่เห็นด้วย อ้างว่าตลาดหลักทรัพย์ไม่ควรแทรกแซงกลไกตลาด เนื่องจากอาจส่งผกระทบต่อนักลงทุนที่ซื้อขายตามปกติ และเห็นว่ามาตรการเดิมเพียงพออยู่แล้ว

ส่วนการพักซื้อขายหุ้น 1 วันนั้นไม่สามารถทำให้ภาวะการซื้อขายกลับสู่ปกติได้ แต่จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์บริษัทจดทะเบียนที่ถูกห้ามการซื้อขาย รวมทั้งอาจเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ลงทุนที่ซื้อขายปกติ

ในสังคมย่อมมีบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่าง แต่กรณีการปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายเพื่อสยบความร้อนแรงของหุ้นที่มีราคาเคลื่อนไหวผิดปกติ เข้าข่ายการปั่น ไม่น่าจะมีนักลงทุนรายใดไม่สนับสนุนหรือแสดงท่าทีคัดค้านต่อต้าน

เพราะการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการกำกับการซื้อขายเพื่อระงับยับยั้งหุ้นที่ซื้อขายผิดปกติ ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง และอาจมีกลุ่มคนอยู่เบื้องหลังการสร้างราคา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน

ไม่มีใครต้องการเห็นการปั่นหุ้น ไม่มีใครต้องการเห็นการซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติ เว้นแต่แก๊งปั่นหุ้นเท่านั้น

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์จะดำเนินมาตรการกำกับที่เข้มงวดเพียงใด ประชาชนผู้ลงทุนส่วนใหญ่หรือทั้งหมดจะให้การสนับสนุน

ขอเพียงให้การซื้อขายหุ้นเป็นไปด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม โดยไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบนักลงทุนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้เป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น และไม่มีผลต่อการเพิ่มความเข้มข้นในการใช้มาตรการกำกับหุ้นที่มีการการซื้อขายผิดปกติแต่อย่างใด

ในปีหน้ามาตรการสยบหุ้นร้อนที่ผ่านการปรับปรุงคงจะมีผลบังคับใช้ หุ้นตัวไหนร้อนจัด อาจถูกเตะเบรกพักการซื้อขาย 1 วัน แต่ยังเป็นข้อสงสัยว่า มาตรการกำกับขั้นสูงสุดจะสยบหุ้นร้อนได้หรือไม่

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket