“สิระ” เรียก “ทนายอานนท์ – เพนกวิ้น – รุ้ง-มายด์” มาชี้แจง กมธ.

ข่าวล่าสุดวันนี้

(4 ธ.ค.63) ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. รัฐสภา แถลงความคืบหน้าในการประชุมว่า  กมธ.ได้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อรัฐธรรมนูญและมาตรา 2 ว่าด้วยการกำหนดให้รัฐธรรมนูญให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นายสิระ กล่าวว่า นอกจากนี้ มีสมาชิกรัฐสภาเสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนคำแปรญัตติ 106 ฉบับ มีจำนวนผู้แปรญัตติทั้งสิ้น 109 คน แบ่งเป็น ส.ว. 8 คน และส.ส.จำนวน 101 คน กระบวนการต่อจากนี้ ฝ่ายเลขานุการจะดำเนินการทำรายละเอียดแจกแจงและเชิญผู้ขอแปรญัตติเข้าชี้แจงกับ กมธ.ต่อไป โดยหากสมาชิกรัฐสภายังติดใจและประสงค์จะนำไปอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาก็สามารถกระทำได้

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์เข้ามาอยู่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายสิระ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนของไอลอว์ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ไม่สามารถโน้มน้าวกมธ.ได้ เช่น ในประเด็นกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ที่กำหนดให้ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบให้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง รวมไปถึงการเสนอให้มีการสมัคร ส.ส.ร.แบบกลุ่ม ซึ่งยังมีข้อบกพร่องว่าที่กมธ.ตั้งข้อสังเกตว่าหากเกิดกรณีที่มีประชาชนรวมกลุ่มสมัคร ส.ส.ร.จำนวนมาก จะส่งผลให้การลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ร.ของประชาชนทำได้ยาก เช่นเดียวกับ การที่ไอลอว์เปิดกว้างในเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.ร. อาจทำให้ได้คนคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นส.ส.ร. ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เหลือเฉพาะแค่การพิจารณาเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะของรัฐบาลและฝ่ายค้าน

นายสิระ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ที่รัฐสภา กมธ.จะได้เชิญตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ เช่น น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และ นายอานนท์ นำภา รวมไปถึงผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งเป็นการเชิญทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจร่วมกัน

นายสิระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่ผ่านมาแม้จะเป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพตามกฎหมาย แต่ก็พบการละเมิดกฎหมาย โดยการชุมนุมวันนี้ผู้ชุมนุมไม่ใช่นักศึกษาแล้วมีแต่คนเสื้อแดงเป็นส่วนใหญ่ที่หวังผลแต่เรื่องการเมืองเป็นหลัก ไม่ได้หวังผลเรื่องการปฏิรูป จึงขอให้หยุดได้แล้ว เพราะประชาชนเดือดร้อน และที่สำคัญเลิกชุมนุมในย่านธุรกิจได้แล้ว แต่ควรชุมนุมบนพื้นฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนตัวสงสัยว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้นมีการต่อรองเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการชุมนุมที่ราชประสงค์และแยกลาดพร้าวซึ่งเป็นย่านธุรกิจ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงสงสัยว่าการชุมนุมแต่ละครั้งใช้งบประมาณเท่าไหร่

“ถ้าอยากให้นายกรัฐมนตรีลาออก ก็สามารถเอาหลักฐานการทุจริตของนายกรัฐมนตรีมาให้ผม แล้วผมจะจัดการเอง ถามว่าวันนี้ชุมนุมมาหลายเดือนแล้วมีหลักฐานหรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีทุจริตอย่างไร ถ้าไม่มีหลักฐานก็เลิกการชุมนุมได้แล้ว หรือเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นปัจจุบันรัฐสภาดำเนินการแล้ว แต่เวลานี้กลับมีกระบวนการจาบจ้วงสถาบันทุกวัน ขอร้องให้ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง” นายสิระ กล่าว

เครดิต https://www.dailynews.co.th/politics/810877